จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล: สุดยอดกลยุทธ์สั่นสะเทือนวงการหนังซุปเปอร์ฮีโร่

ช่วงปลายทศวรรษ ’90 มาร์เวล (Marvel) ค่ายการ์ตูนซุปเปอร์ฮีโร่ยักษ์ใหญ่ เจ้าของลิขสิทธ์คาแรคเตอร์ดังๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Spider Man, Captain America, X-Men, Iron Man, Thor, Hulk ฯลฯ ตกอยู่ในภาวะขาดทุนเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย แต่แล้วในทศวรรษต่อมา เริ่มต้นจากปี 2008 ทางมาร์เวลก็ได้สร้างภาพยนตร์ Iron Man ออกฉาย เป็นจุดเริ่มต้นของสุดยอดกลยุทธ์สั่นสะเทือนวงการภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ นั่นคือ จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล (Marvel Cinematic Universe)

จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวลกลยุทธ์ Marvel Cinematic Universe หรือที่เรียกย่อๆว่า MCU นั้น คือการผลิตภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่หลายๆเรื่องของมาร์เวลที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน โดยเริ่มต้นจากซุปเปอร์ฮีโร่แต่ละคน แล้วนำหลายๆคนมารวมกันในหนังอีกเรื่อง และเรื่องต่อๆมาก็มีความเกี่ยวเนื่องกันอีก เรียกได้ว่าเป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์ เริ่มต้นจากเรื่อง Iron Man (2008), The Incredible Hulk (2008), Iron Man 2 (2010), Thor (2011), Captain America (2011), The Avengers (2012), Iron Man 3 (2013), Thor: The Dark World (2013), Captain America: Winter Soldier (2014), Guadian of the Galaxy (2014), The Avengers: Age of Ultron (2015), Ant Man (2015) และยังมีแผนการผลิตภาพยนตร์ในจักรวาลนี้อีกหลายเรื่อง โดยประธานบริษัท Marvel Studios ได้พูดกับ Bloomberg เมื่อที่แล้วว่ามีแผนสร้างภาพยนตร์จนถึงปี 2028 เลยทีเดียว นอกจากการสร้างหนังแล้ว แฟรนไชส์ MCU ยังรวมถึงการสร้างซีรีส์ทางโทรทัศน์ในเรื่อง Agents of S.H.I.E.L.D. และ Agent Carter อีกด้วย

การสร้างจักรวาลมาร์เวลขึ้นมานี้ ทำให้ยอดขายตั๋วหนังของมาร์เวลทำลายสถิติสูงสุดครั้งแล้วครั้งเล่า ยอดขายตั๋วทั่วโลกของหนัง 12 เรื่อง ทำเงินมากกว่า 8.78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เฉพาะหนังเรื่อง The Avengers (2012) เรื่องเดียวก็ทำรายได้ไปกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯแล้ว นี่ยังไม่นับรวมยอดขายสินค้าลิขสิทธิ์จากคาแรกเตอร์ในภาพยนตร์เหล่านี้อีก นับว่ากลยุทธ์ MCU นี้สร้างรายได้ให้กับมาร์เวลอย่างเป็นกอบเป็นกำอย่างที่ไม่เคยมีสตูดิโอไหนทำได้มาก่อน ก่อนหน้านี้ ภาพยนตร์ที่เป็นแฟรนไชส์มักสร้างเป็นไตรภาค ที่สร้างมากกว่า 3 ภาคมีเพียงไม่กี่ชุด เช่น แฮร์รี่ พอตเตอร์ (8 ภาค) ทำเงินรวม 7.7 พันล้านดอลลาร์ฯ, เจมส์ บอนด์ (25 ภาค) ทำเงินรวม 6.1 ล้านดอลลาร์ ฯลฯ

กลยุทธ์ MCU นี้ถือว่าเป็นกลยุทธ์ชั้นเลิศตามแนวคิดของศาสตราจารย์ ไมเคิล พอร์เตอร์ เพราะมาร์เวลเลือกแข่งขันที่จะแตกต่าง (Compete to be Unique) มีระบบการทำงานที่เริ่มตั้งแต่การเขียนบท การคัดเลือกนักแสดง และทุกๆขั้นตอนการสร้างภาพยนตร์แต่ละเรื่องที่ต้องสอดคล้องต่อเนื่องกัน ผู้กำกับภาพยนตร์แต่ละเรื่องจะต้องมาพูดคุยกันเพื่อวางแผนให้ทิศทางของหนังแต่ละเรื่องสอดประสานอย่างลงตัว ด้วยการทำงานเป็นระบบเช่นนี้ เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่สตูดิโอคู่แข่งจะลอกเลียนแบบกลยุทธ์ให้ประสบความสำเร็จได้

คู่แข่งอย่างค่าย DC Comics ร่วมกับ Warner Bros. ได้ลอกเลียนแบบกลยุทธ์ของมาร์เวล ด้วยการวางแผนสร้างภาพยนตร์แฟรนไชส์เร่ิมจาก Man of Steel (2013) ซึ่งทำเงินไป 668 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย Batman v Superman: Dawn of Justice ที่จะฉายในปี 2016 และมีการประกาศว่าจะมีภาพยนตร์ในจักรวาลของ DC Comics อีก 9 เรื่องตามมา ถ้าถาม ณ เวลานี้ เรายังตอบไม่ได้ว่า กลยุทธ์ลอกเลียนแบบ (Copycat) ของ DC จะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่หากมองในสายตาของนักกลยุทธ์ พอจะคาดการณ์ได้ว่า ยากเหลือเกินที่ DC จะประสบความสำเร็จได้เหมือนกับที่มาร์เวลทำ เพราะมันไม่ใช่เพียงแค่ลอกเลียนแผนงานเท่านั้น แต่ต้องเป็นการทำงานทั้งระบบร่วมกัน ซึ่งทาง DC ยังล้าหลังมาร์เวลอยู่เกือบสิบปีเลยทีเดียว

**********************************************************
เขียนโดย พงษ์พันธ์ วงศ์หนองเตย
Celestial Strategist
29 ก.ค. 2558
**********************************************************

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s