กลยุทธ์เอาตัวรอดด้วยคราสของโคลัมบัส

ในศตวรรษที่ 16 ระหว่างการเดินทางสำรวจโลกครั้งที่ 4 ของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักสำรวจผู้ยิ่งใหญ่ กองเรือของเขาได้เผชิญกับพายุครั้งแล้วครั้งเล่า อีกทั้งเจอปัญหาหอยทะเลเจาะเนื้อไม้จนเรือเริ่มรั่ว ทำให้เขาต้องนำกองเรือขึ้นฝั่งที่ เกาะจาไมกา ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1503 เมื่อคณะขึ้นฝั่ง ชนพื้นเมืองบนเกาะจาไมกาได้ต้อนรับโคลัมบัสและลูกเรือด้วยความเป็นมิตร ดูแลให้อาหาร เครื่องดื่ม และที่พัก อย่างไรก็ตาม เมื่อคณะของโคลัมบัสติดเกาะเป็นเวลานานหลายเดือนเพื่อรอความช่วยเหลือจากอาณานิคมสเปนใกล้ๆ ปัญหาก็เริ่มเกิดขึ้น เมื่อลูกเรือของโคลัมบัสได้เข้าไปขโมยของและทำร้ายชาวเกาะ ชาวเกาะจึงหยุดการให้อาหารและน้ำกับคณะของโคลัมบัส

Eclipse_Christophe_Colomb

หากเหตุการณ์ยังดำเนินเช่นนี้ต่อไป ขณะที่ความช่วยเหลือยังมาไม่ถึงเสียที คณะของโคลัมบัสคงต้องอดตายบน เกาะจาไมกาแน่ๆ เขาจึงคิดหากลยุทธ์ที่จะเอาตัวรอดให้ได้ แล้วเขาก็นึกถึง ปฏิทินดาราศาสตร์ (Ephemerides) ที่เขานำติดตัวมา ในปฏิทินนั้น ได้ระบุปรากฏการณ์จันทรุปราคา ซึ่งคำนวณโดย เรจิโอมอนตานุส (Regiomontanus) นักดาราศาสตร์และโหรชั้นนำของประเทศเยอรมัน เขาพบว่า จะเกิด จันทรุปราคาเต็มดวง ขึ้น ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 1504 เขาจึงคิดแผนที่จะใช้ความรู้นี้พาคณะของเขาให้รอดจากสถานการณ์อดอยากในขณะนั้น

โคลัมบัสเชิญหัวหน้าเผ่าชนพื้นเมืองมาประชุมแล้วบอกหัวหน้าเผ่าว่า พระเจ้าของชาวคริสต์ทรงพิโรธต่อพฤติกรรมของชนพื้นเมืองมาก ที่ไม่ยอมดูแลให้อาหารและน้ำกับคณะของโคลัมบัสซึ่งเป็นผู้นับถือในพระเจ้า หากยังไม่ยอมดูแล พระเจ้าจะแสดงอิทธิฤทธิ์ให้ปรากฏ โดยภายใน 3 คืนจากนี้ ซึ่งเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง พระจันทร์จะลุกเป็นไฟด้วยพิโรธแห่งพระเจ้า แสงแห่งพระจันทร์จะดับลงไป อย่างไรก็ตาม หัวหน้าเผ่าและบริวารต่างไม่เชื่อในคำพูดของโคลัมบัส

ค่ำวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1504 เมื่อพระจันทร์เต็มดวงโผล่ขึ้นจากขอบฟ้าตะวันออก ความผิดปกติของพระจันทร์ก็ปรากฏขึ้นต่อสายตาชนพื้นเมือง เงาคราสได้เริ่มบดบังแสงจันทร์ และคืบคลานปกคลุมทั้งดวง ชนพื้นเมืองต่างแตกตื่นตกใจวิ่งมายังเรือของโคลัมบัส อ้อนวอนให้เขาช่วยขอร้องต่อพระเจ้าให้ยกเว้นโทษกับพวกเขาด้วยโดยพวกเขาจะดูแลคณะของโคลัมบัสอย่างดี โคลัมบัสจึงตอบว่า เขาจำเป็นต้องเข้าไปในห้องของเขาเพื่ออธิษฐานต่อพระเจ้า แล้วเขาก็กลับเข้าไปในห้องของเขาบนเรือ เปิดปฏิทินดาราศาสตร์ ใช้นาฬิกาทรายคำนวณเวลาที่คราสจะสิ้นสุดลง รอจนถึงเวลานั้นแล้วกลับออกมาบอกกับทุกคนว่า พระเจ้าทรงให้อภัยแล้ว จากนั้นพระจันทร์ก็เริ่มสว่างกลับมาอีกครั้ง

วันรุ่งขึ้น ชนพื้นเมืองรีบนำอาหารและน้ำมาให้คณะของโคลัมบัส ไม่กี่เดือนต่อมา เรือของสเปนก็เดินทางมาช่วยเหลือโคลัมบัสที่เกาะจาไมกา จากนั้น โคลัมบัสก็ได้นำคณะของเขาแล่นเรือกลับสเปน สิ้นสุดการเดินเรือสำรวจโลกครั้งสุดท้ายของเขา

เรื่องนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า การมีความรู้เหนือกว่าคนอื่นย่อมทำให้สามารถคิดกลยุทธ์ที่เหนือกว่าคนอื่นเช่นเดียวกัน สมดังคำกล่าวที่ว่า “ความรู้คืออำนาจ” นั่นเอง

***************************************************
โดย พงษ์พันธ์ วงศ์หนองเตย
CelestialStrategist.com
3 กันยายน 2558
***************************************************

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s