กลยุทธ์ต้องพลิกแพลงตามสถานการณ์ ไม่ใช่ยึดติดตามตำรา

ตำราพิชัยสงครามซุนวู บทที่สอง ว่าด้วยการทำศึก เขียนไว้ว่า “เมื่อรบพึงชนะโดยเร็ว ยืดเยื้อทหารจะอ่อนเปลี้ย ขวัญกำลังใจจะเสีย…การทำศึกยืดเยื้อไม่เคยเป็นผลดีต่อประเทศชาติ” นั่นหมายความว่า ถ้าจะรบ ต้องรบให้ชนะอย่างรวดเร็ว อย่าทำศึกยืดเยื้อ แต่เมื่อครั้งสงครามจีน-ญี่ปุ่น (ปี 1937-1945) ญี่ปุ่นบุกเข้าจีนอย่างรวดเร็ว ยึดดินแดงจีนไปได้มาก เหมาเจ๋อตุงกลับเสนอให้ทำสงครามยืดเยื้อจึงจะชนะ ถามว่า เหมาเจ๋อตุงไม่รู้เรื่องตำราพิชัยสงครามหรือ ย่อมไม่ใช่ แต่นั่นเป็นเพราะเหมาเจ๋อตุงเป็นสุดยอดนักกลยุทธ์ จึงรู้ว่าต้องพลิกแพลงตามสถานการณ์

unk-serf

ตอนที่ญี่ปุ่นเข้าโจมตีจีนอย่างรวดเร็ว ทัพเจียงไคเช็คแตกพ่ายไม่เป็นกระบวน ชนชั้นนำจีนมีความเห็นออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายแรกคิดว่าจีนต้องพ่ายแพ้แน่ๆ อีกฝ่ายหนึ่งกลับคิดว่าจีนประเทศใหญ่ คนเยอะ ถ้าจะเอาชนะญี่ปุ่น ต้องใช้กลยุทธ์รบเร็วแตกหักเร็ว จึงจะชนะญี่ปุ่นเด็ดขาด ฝ่ายแรกนั้นก็เป็นพวกสิ้นหวัง แต่ฝ่ายหลังก็เป็นนักยุทธศาสตร์ตามตำรา โดยไม่คำนึงถึงสภาพความเป็นจริงตอนนั้นเลย

เหมาเจ๋อตงได้ออกหนังสือตอนนั้นในชื่อว่า “ว่าด้วยสงครามยืดเยื้อ” วิเคราะห์สถานการณ์ตอบโต้ความเห็นทั้งสองฝ่าย และเสนอว่า ถ้าจีนจะชนะ ต้องทำสงครามยืดเยื้อ โดยเหมาได้ชี้แจงว่า ตอนนั้นญี่ปุ่นเป็นประเทศจักรวรรดินิยมอันดับต้นๆของโลก ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากเพื่อขยายอำนาจ แต่ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศเล็ก กำลังคน ทรัพยากร มีน้อย ทนสู้สงครามยาวนานไม่ได้ เหตุที่ญี่ปุ่นคิดก่อสงครามขยายอาณาจักรก็เพื่อแก้ปัญหานี้ คือจะได้ทรัพยากรจากประเทศที่ญี่ปุ่นเข้ายึด แต่เหมาบอกว่า สงครามกลับจะทำลายทรัพยากรที่ญี่ปุ่นต้องการต่างหาก และการสนับสนุนจากฝ่ายประเทศฟาสต์ซิสต์ต่อญี่ปุ่นนั้นจะเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ ในขณะที่ประเทศจีนนั้น เหมาวิเคราะห์ว่า เป็นประเทศที่อ่อนแอทั้งทางทหาร เศรษฐกิจ และการจัดตั้งทางการเมือง แต่ความอ่อนแอเหล่านี้ได้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้รวมพลังคนจีนที่ต้องการฟื้นฟูปลดแอกประเทศจนเกิดพลังที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญ ประเทศจีนเป็นประเทศใหญ่โต ทรัพยากรมาก คนมาก ทหารมาก ยืนหยัดทำสงครามเป็นเวลานานได้ พูดง่ายๆก็คือ ญี่ปุ่นเปรียบเสมือนดวงตะวันกำลังตกดิน ส่วนจีนเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์แรกขึ้น ด้วยการวิเคราะห์นี้ เหมาเจ๋อตงจึงเชื่อมั่นว่า จีนต้องทำสงครามยืดเยื้อจึงจะเอาชนะญี่ปุ่นได้ ซึ่งตรงข้ามกับตำราพิชัยสงครามซุนวูเลยทีเดียว

ผลลัพธ์ของสงครามจีน-ญี่ปุ่นอันยืดเยื้อยาวนานเกือบสิบปีครั้งนั้น สิ้นสุดด้วยความพ่ายแพ้ของญี่ปุ่น เมื่อญี่ปุ่นไม่อาจรุกคืบยึดจีนได้ทั้งประเทศตามที่คาดหวัง แต่กลับไปเปิดสงครามทางฝั่งแปซิฟิคกับสหรัฐอเมริกา จนถูกอเมริกาทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโรชิมาและนางาซากิจนต้องยอมแพ้สงคราม พรรคคอมมิวนิสต์จีนใช้โอกาสหลังญี่ปุ่นพ่ายแพ้ รุกคืบยึดพื้นที่ เอาชนะกองทัพของเจียงไคเช็คจนเจียงต้องหนีไปเกาะไต้หวัน และเหมาเจ๋อตงก็ได้ประกาศก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้สำเร็จในวันที่ 1 ตุลาคม 1949 นั่นเป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็นสุดยอดนักกลยุทธ์ของเหมาเจ๋อตง ผู้ไม่ยึดติดกับตำรา แต่พลิกแพลงยุทธศาสตร์ตามสถานการณ์ อย่างแท้จริง

**********************************************************
โดย พงษ์พันธ์ วงศ์หนองเตย
CelestialStrategist.com
20 สิงหาคม 2558
**********************************************************

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s